Home » » อธิการฯ มทร.ธัญบุรี ปักธงนโยบาย "ทาเล้นท์โมบายลิตี้" ประกาศเดินหน้า "ครูมือเปื้อน เด็กมือเปื้อน"

อธิการฯ มทร.ธัญบุรี ปักธงนโยบาย "ทาเล้นท์โมบายลิตี้" ประกาศเดินหน้า "ครูมือเปื้อน เด็กมือเปื้อน"

Written By City Collection on Friday, February 27, 201511:48:00 AM

           
     มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี เดินหน้าสานต่อนโยบาย "ครูมือเปื้อน เด็กมือเปื้อน" จัดทำโครงการ ทาเล้นท์ โมบายลิตี้ (Talent Mobility) ส่งนักวิจัยทำงานกับสถานประกอบการ หวังเห็นอุตสาหกรรมไทยยกระดับ มีนวัตกรรมตัวเอง สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้อย่างภาคภูมิใจและยั่งยืน

โดยได้ประกาศนโยบายที่ให้อาจารย์และบัณฑิตจะต้องเป็นนักปฏิบัติ ซึ่งจะต้องให้มีการร่วมทำงานวิจัยกับภาคอุตสาหกรรม และได้มีการขับเคลื่อนขบวนการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งการปรับปรุงหลักสูตรการเรียนการสอน การฝึกงาน การทำงานวิจัยของอาจารย์ในมหาวิทยาลัย บุคลากรในฝ่ายต่างๆ

และล่าสุดได้ดำเนินการร่วมกับภาคอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการทาเล้นท์ โมบายลิตี้ (Talent Mobility) ที่เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และสถาบันเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์นวัตกรรม (สวทน.) ในการสนับสนุนบุคลากรไปปฏิบัติงานในสถานประกอบการเพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านเทคโนโลยีทักษะและประสบการณ์

"รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ" อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล กล่าวว่า นับเป็นความร่วมมือที่จะเอาอาจารย์ที่เป็นนักวิจัยที่ทำงานสำเร็จแล้วไปทำงานในสถานประกอบการ 1 ปี และสถานประกอบการจะจ่ายเงินกับให้มหาวิทยาลัยเท่าครึ่ง มหาลัยก็จะเอาเงินก้อนนี้ไปหาบุคลากรที่ขาดเหลือหนึ่งปีมาทดแทนครูที่เป็นนักวิจัย

ผมเชื่อว่าหลังจากนี้อาจารย์ได้มีประสบการณ์จริงจากภาคอุตสาหกรรมแล้วนำเอาประสบการณ์จริงที่เป็นเทคโนโลยีจากภาคอุสาหกรรมกลับมาสู่ทางมหาวิทยาลัย มาสอนให้กับเด็ก  ในประเทศไทยมี 4 มหาวิทยาลัย ซึ่งเราเป็นมหาวิทยาลัยที่ 4 แล้วใน วทร.มีเราที่เดียว

ผมตั้งเป้าว่าปีนี้จะส่งตัวอย่างครูอย่างน้อย 3 คนหรือ 5 คน เข้าโครงการนี้ให้ครูไปเป็นนักวิจัย หรือพูดง่ายๆ ให้ครูไปทำงานเอกชน ซึ่งสิ่งที่จะได้นอกจากครูได้ประสบการณ์จริงมาสอนเด็กแล้ว ยังเป็นการสร้างนวัตกรรมให้กับประเทศ สร้างผลผลิตบนฐานงานวิจัยให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย ขณะนี้อุตสาหกรรมไทยต้องยกระดับ มีนวัตกรรมตัวเอง มีงานวิจัยรองรับ ได้มาตรฐาน แล้วผลิตภายใต้องค์ความรู้เรา แล้วแข่งขันกับต่างประเทศนี่แหละคือยั่งยืน เป็นความภาคภูมิใจ

วันนี้ถ้าอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ย้ายฐานผลิต มันทำให้เราสั่นคลอนทั้งประเทศ เพราะเราไม่มีองค์ความรู้ แต่ถ้าเรามีเทคโนโลยี มีองค์ความรู้เป็นของคนไทยเอง เราไม่ต้องกลัวใครย้ายฐานผลิตขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยต้องผลิตคนที่มีแรงงานฝีมือ แรงงานเฉพาะทางป้อนอุตสาหกรรมเราจะได้มีทั้งคน เทคโนโลยี โรงงานของคนไทยมีโปรดักส์ที่เป็นของคนไทยแข่งขันกันโลก นี่คือความยั่งยืน

"รศ.ดร.ประเสริฐ" กล่าวทิ้งท้ายว่า เชื่อว่ารัฐต้องทำอยู่ 3 เรื่องก็คือ โรงเรียนประจำจังหวัด ต้องเป็นโรงเรียนวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยีให้มากขึ้น สอง ยกระดับหรือสร้างคนที่เป็นนักวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ตั้งเป็นวิทยาศาสตร์ 70 สังคม 30 สาม มหาวิทยาลัยที่เป็นวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะต้องผลิตคนให้เป็นนักวิจัย

ที่พูดไป 3 เรื่องมันร้อยเรียงกันหมด ถ้าเราไม่มีคนวิทยาศาสตร์ ไม่มีมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์ ก็ไม่สามารถสร้างงานวิจัยวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมก็ไม่มีการผลิตบนพื้นฐานความรู้ของเราได้

ซึ่ง มทร.ธัญบุรี เราจะบูรณาการคน ครูซึ่งเป็นกระบวนการผลิตของเรา โดยมีปลายทางคือภาคอุตสาหกรรม บูรณาการการเรียนการสอนให้เชื่อมโยงกันหมด สุดท้ายคือประเทศไทยมีนวัตกรรมของประเทศ


0 comments: